วันนี้นั่ง search เวปไปๆมาๆแล้วก็มาค้นพบข้อความที่เคยเขียนแนะนำพี่เอกใน
piyawutw.multiply.com/journal/item/3
ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆสมาชิก Momentclub ท่านอื่น เลยขออนุญาติพี่เอก ณ ที่นี้ในการทำบทความนั้นมาเผยแพร่อีกครั้งนะครับ
ข้อความด้านล่างนี้ถูกคัดลอกมาจาก
piyawutw.multiply.com/journal/item/3
ของฝากจากครูมิ้น mrmint
ผลสืบเนื่องจากการไป ถ่ายภาพบุคคลแบบงูๆปลาๆอย่างในอัลบัมนี้
piyawutw.multiply.com/photos/album/18/Portraits_of_nBubu เลย ได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากคุณมิ้น เจ้าสำนักแห่ง momentclub อ๊ะๆ ไม่ใช่คลับแบบที่คุณๆผู้ชายคิดนะครับ เค้าเป็นคลับแห่งการเดินทางของภาพถ่าย คุณมิ้นเป็นช่างภาพมืออาชีพที่ถ่ายทั้ง wedding architecture และ pack shot ครับ อีกทั้งยังเป็นนักเขียนหนังสือ How to backpack ด้วย เข้าไปเยี่ยมคุณมิ้นได้ที่
mrmint.multiply.com/ ครับ
แหม อุตส่าห์มีอาจารย์ดีๆมาแนะนำทั้งที ก็ต้องบันทึกไว้ซะหน่อยครับ เดี๋ยวความรู้จะหายสาบสูญไปหมด เผื่อเพื่อนๆพี่ๆน้องๆท่านใดผ่านมาดูก็อาจจะได้ประโยชน์กันบ้างครับ
เริ่ม จากคำแนะนำของคุณมิ้นก่อน:
"เอก ขออนุญาติแสดงความคิดเห็นนะครับ ภาพชุดนี้โดยรวมแล้วทางด้านเทคนิคคงไม่ติดขัดอะไร ไม่ได้เล่นแต่ชัดตี้นๆๆๆๆ เหมือนที่คนทั่วๆไปนิยมกันในการเร่ิมถ่ายรูป (เพราะรู้สึกว่าทำให้ภาพดูดีขึ้นได้) ไม่ได้เน้นอุปกรณ์พิเศษใดใด นั่นคือสิ่งที่ผมชอบ เพราะรู้สึกว่ามันมีความเป็นตัวของตัวเองดีครับ แต่สิ่งที่ขาดโดยรวมคือ ""อารมณ์" ของภาพครับ ภาพมันจะออกแข็งๆ ประมาณว่าเกร็งๆนิดนึง ทั้งคนถ่ายและคนถูกถ่าย ก็เลยไม่รู้ว่าจะกดชัตเตอร์ตอนไหนดี แล้วก็ทำให้อาจจะพลาดในการมององค์ประกอบภาพโดยรวมไปบ้าง แต่เน้นไปที่หน้าของนางแบบ ว่าโฟกัสได้หรือเปล่า
ทางแก้...ถ้า เป็นการถ่ายกลุ่มเล็กๆ อยากให้ได้นั่งคุยๆกันก่อน เปลี่ยนจากคำว่า "ช่างภาพ" และ "นางแบบ" เป็น "คนรู้จัก" กันก่อน เรียกชื่อทักทายกันได้อย่างไม่ต้องเขินกัน
ส่วนในเรื่องของอารมณ์ นั้น มันเป็นช่วงจังหวะ "moment" ที่เราต้องสังเกตดีดี แล้วกดชัตเตอร์ในห้วงเวลาที่แบบแสดงอารมณ์ออกมามากที่สุด ทางสีหน้า แววตา หรือท่าทาง
แล้วนั่ง สังเกตคนรอบๆข้าง เวลาไม่ได้ถือกล้องดูครับ จะเห็นได้ว่า เวลาที่คนเรา หัวเราะ หรือว่า ยิ้ม มันจะมีจุดสูงสุดอยู่จุดนึง (เหมือนเป็นกราฟระฆังคว่ำ ถ้าให้อธิบายแนวเด็กสายวิทย์)
ของอย่างนี้ผึกบ่อยๆครับ จะเร่ิมไวขึ้นเอง
ส่วนองค์ประกอบภาพในการถ่ายภาพบุคคลนั้น ก็ฝึกด้วยการดูนิยสารแฟชั่นทั้งของไทยและของต่างประเทศนะครับ รับรองว่าจะเร่ิมสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง
ขอโทษนะครับ หากว่าแสดงความคิดเห็นมากไปนิดนะ"
โอ้ ยย... ไม่มากไปเลยครับ น้อยไปด้วยซ้ำ เลยต้องถามต่อ:
"ขอบ คุณมิ้นมากครับที่ไปแนะนำเรื่องภาพบุคคล
สงสัยนิดนึงว่าที่มิ้นบอกว่าให้ เก็บ peak moment เนี่ย หมายถึงให้ตัวแบบทำอะไรของเขาไปแล้วเราเก็บอารมณ์เขามา โดยไม่ใช่เป็นการโพสนิ่งๆถ่าย อย่างนั้นเหรอครับ แล้วถ้าอย่างนั้นเราควรบอกตัวแบบยังไงอ่ะครับ"
คราว นี้อาจารย์มิ้นเลยตอบมาเต็มๆ ความรู้เน้นๆ แต่นักเรียนอ่อนๆอย่างผมจะเก็บได้เท่าไหร่นั่นอีกเรื่องครับ:
"ทำได้ สองแบบครับ แบบแรกคือให้เค้าทำอะไรไปเรื่อยๆแล้วตามเก็บอารมณ์ ตัวแบบจำเป็นต้องมีความเป็นกันเองกับเราพอสมควร หรืออยางน้อยก็ทักทายกันได้ เพราะไม่งั้นเค้าจะทำอะไรไปเรื่อยๆที่คิดว่าจะต้องทำให้ตัวเองดูดี มันก็เลยเป็นการทำอะไรที่ดูแล้วเกร็งๆไปเรื่อยๆ ถ้าแบบมีมากกว่าหนึ่งคน ก็จะง่ายหน่อย คือเค้าอาจจะเล่นกันเองได้ แหย่ๆกันเอง มีขำ มีหัวเราะ แต่ถ้าแบบคนเดียวเนี่ย เป็นลูกเล่นของช่างภาพที่จะต้องแหย่ หยอดมุข เพื่อให้แบบรู้สึกสนุก ขำๆ แล้วเราก็อาศัยจังหวะนั้นกดัตเตอร์ครับ แต่ถ้าต้องการอารมณ์อื่นๆเช่น เศร้า เหงา หรือโดดเดี่ยว เนี่ย มันต้องให้เวลาเค้าใช้สมาธินิดนึง อาจจะพูดให้แนวทางว่าประมาณไหน
แบบ ที่สองคือกำหนดท่าทางและอารมรณ์ให้แบบทำตาม เห็นได้บ่อยตามภาพจาก wedding studio ที่ผู้ชายคุกเข่า ผู้หญิงยืนงอน เอาแก้มชนกัน เอาจมูกชนกัน เอามือโอบไหล่ เอาเท้าพาดบ่า (อันนี้เว่อร์ไปหน่อย) ซึ่งวิธีการนี้ถ้าจะให้ดี ไม่ควรจะมีมาตรฐานที่ตายตัว แบบว่าเอาใครมาถ่ายก็จับทำท่านี้ไปหมดครับ ควรศึกษาบุคลิกของคนด้วยว่าเค้าแนวไหน ขี้เล่นมั้ย ชอบหวานๆ ชอบลุยๆ หรือว่าชอบขำๆ ถามแบบตรงๆเลยก็ได้ครับว่า ถ้าให้ทำอะไรแล้วรู้สึกว่ามันขัดๆ ไม่ค่อยชอบ ก็ขอให้บอก อย่าฝืน มันจะเหมือนอาการฝืนยิ้มครับ คนดูสัมผัสได้ คนถ่ายก็รับรู้
สิ่งที่สำคัญอีกอย่างของการถ่ายภาพบุคคล คือ "มุนษย์สัมพันธ์ หรือจิตวิทยาระหว่างคนด้วยกัน" ถ่ายใน studio เนี่ย มันควบคุมได้ทุกอย่าง จัดแสง ล็อคโฟกัส ถ่ายยังไงก็ชัด แสงก็สวย แต่ไม่ได้การันตีว่าภาพดูมีอารมณ์ หรือสื่อถึง "อารมณ์" ของภาพได้จริงๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ขึ้นกับความต้องการของช่างภาพและโจทย์ของงานด้วยนะครับ เพราะในการถ่ายเชิงอาชีพ เช่นถ่ายแฟชั่นเนี่ย มันจะมีตัวแปรอื่นๆที่ควบคุมการทำงาน ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม และอะไรต่อมิอะไรอีกพอสมควร
ลองฝึกๆดูนะครับ ไม่รู้ว่าสมาชิกเราสนใจถ่ายภาพบุคคล ไม่งั้นครั้งหน้า จะให้สมาชิกที่สนใจการ "ถูกถ่ายภาพบุคคล" มาเจอกันในทริป เราจะได้ "ภาพถ่ายของคนธรรมดาๆ ที่ทำให้คนนั้นดูแล้วไม่ธรรมดา และเป็นภาพที่ดูดีกว่าวิวธรรมดาๆ"
อ่าน แล้วรู้สึกว่า การจะก้าวไปอีกขั้นของการถ่ายภาพบุคคล ซึ่งเป็นแนวที่ผมมีความรู้น้อยมากๆ จำเป็นต้องก้าวผ่านสิ่งที่คุณมิ้นได้กรุณาอธิบายให้ฟัง หลายๆท่านที่ผ่านเข้ามาอาจจะทราบอยู่แล้วคงไม่เบื่อนะครับ
สุดท้าย ขอขอบคุณคุณมิ้นอีกครั้ง และอาจจะต้องขอรบกวนคุณมิ้นในเรื่องคำแนะนำอีกหลายหนครับ อิอิ ^ ^